ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ เครื่องหมายการค้า


เครื่องหมาย หมายความว่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ หรือสิ่งเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน ประะเภทของเครื่องหมายที่สามารถขอรับความคุ้มครองมี 4 ประเภทคือ 1. เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายที่นำไปใช้กับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น แตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น

2. เครื่องหมายบริการ คือ เครื่องหมายที่นำไปใช้กับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายบริการนั้น แตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น

3. เครื่องหมายรับรอง คือ เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้กับสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่น เพื่อรับรองเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด ส่วนประกอบ วิธีการผลิต คุณภาพ หรือคุณลักษณะอื่นใดของสินค้า หรือเพื่อรับรองเกี่ยวกับสภาพ คุณภาพ ชนิด หรือคุณลักษณะอื่นใดของบริการนั้น

4. เครื่องหมายร่วม คือ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัท หรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกันหรือโดยสมาชิกของสมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพันธ์ กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน

การได้มาซึ่งความคุ้มครอง เจ้าของเครื่องหมายการค้า จะต้องนำเครื่องหมายการค้าของตนไปทำการจดทะเบียนก่อน จึงจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามิได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ สิทธิเจ้าของเครื่องหมายการค้าอาจมองได้ 2 ส่วน 1. เครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียน : เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนนั้น แต่จะฟ้องคดีเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือเรียกค่าเสียหายไม่ได้เว้นแต่จะเป็นกรณีลวงขาย 2. เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว : เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะใช้เครื่องหมายการค้ากับสินค้าที่จดทะเบียนไว้ และในกรณีที่ผู้อื่นละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วนั้น มีสิทธิที่จะฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายได้ และในกรณีที่มีผู้อื่นนำเครื่องหมายการค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้าไปจดทะเบียนเจ้าของเครื่องหมายการค้าอาจฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ ดังนั้น ผู้ที่จะใช้เครื่องหมายการค้าไม่ควรใช้เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น ลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่สามารถจดทะเบียนได้ 1. เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมีลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้า นั้นทราบและเข้าใจได้ว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากสินค้าอื่น

2. เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น ธงชาติ เครื่องหมายราชการ พระบรมฉายาลักษณ์ 3. ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ว จนทำให้สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า โดยพิจารณาจากเสียงเรียกขาน รูปลักษณะของเครื่องหมาย ลักษณะการวางรูป คำ การใช้เครื่องหมายกับตัวสินค้า หรือเจตนาของผู้ขอ ระยะเวลาที่ให้ความคุ้มครอง เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว มีอายุความคุ้มครอง 10 ปี และเมื่อจะครบกำหนด สามารถต่ออายุได้เป็นคราว ๆไป คราวละ 10 ปี ประโยชน์ของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 1. เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียน มีสิทธิเพียงผู้เดียวที่จะใช้เครื่องหมายการค้า 2. เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียน มีสิทธิฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายได้ หากผู้อื่นนำเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต 3. เครื่องหมายการค้า ช่วยแยกแยะความแตกต่างระหว่างสินค้าเราและสินค้าของบุคคลอื่น ข้อมูลจาก www.ipthailand.go.th​

Recent Posts
Search By Tags
No tags yet.